Retrospectives

Fiat 128 ผู้มาแทน 1000 TC

รถเล็กของ Fiat ในยุค 70  ที่เห็นมีแข่งกับเขาบ่อยครั้งและเคยขึ้นครองแชมป์ในรุ่นของมันเห็นจะมีตัว 128 ขับหน้าเท่านั้น  ไม่รวม Fiat  X 1/9    ตัว 128 นั้นสร้างชื่อในสนามแข่งยุโรปประเภท Touring Car Championship ที่ Fiat เคยสะสมชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยโบราณ  ก่อนหน้า 128 นั้น  FIAT เคยนำรถเล็กที่พัฒนามาจากตัว 500 (แบบตุ๊กตุ๊กเมืองนนท์)  มาให้สำนักแต่ง  Abarth ปรับแต่งโดยในรุ่นหลังๆ ก็มีตัว Abarth 850 TC,  Abarth 1000 TC Berlina  ครองแชมป์อยู่ในคลาสของมัน  คือไล่จากคลาส 3 ที่มีตั้งแต่ 701-850 cc. และคลาส 4 ที่มีตั้งแต่ 851-1000  cc.

หมายเหตุ :  การแบ่งคลาสมีเปลี่ยนแหล่งตลอด  ข้อมูลนี้เอาจากกฎในยุคนั้น

ตัว  Abarth 850 TC นั้นวางเครื่อง 4 สูบ 847 ซีซี. (ความจุสุทธิ)  ได้จาก 62.5 มม. x 69.0 มม. ของลูกสูบและช่วงชัก ยังเป็นโอเวอร์เฮดวาล์ว  2 วาล์วต่อสูบ   คาร์บูเดี่ยวของ Solex  ดูดลง   มีแรงม้า 57 ตัว ที่ 6,500 รอบต่อนาที  แต่เนื่องจากน้ำหนักเบาแค่ 583 กิโลกรัมบางครั้งจึงข้ามไปกินรถคลาส  4 และ 5 ที่ไม่สมบูรณ์วิ่งอยู่ท้ายแถวได้บ่อยครั้งเหมือนกัน    แต่คู่แข่งตัวจริงของมันมาจากเยอรมันนั่นคือ BMW 700  Coupe  ที่เครื่องเล็กกว่าคือ 697 ซีซี.จาก 78.0 มม. x 72.0 มม. โอเวอร์เฮดวาล์วเหมือนกัน แต่เป็น 2 สูบนอนยันอาศัยคาร์บู 2 ตัวจึงได้มา 65 แรงม้า   มักจะอาศัยรอบที่จัดเอาชนะ Fiat 850 ได้ในสนามที่มีทางตรงยาวหน่อย

คิดแล้ว Fiat  ก็ระเบิดบล็อคเดิมขึ้นไปโดยใช้ลูกสูบใหญ่ขึ้นเป็น 65 มม. ช่วงชัก 74.0 มม. ได้มาสุทธิ 982 ซีซี.ลงแข่งในพิกัด 1,000 ซีซี.  โครงสร้างบล็อคยังเป็นโอเวอร์เฮดวาล์วเหมือนเดิม  คาร์บูเดียวเหมือนเดิมแต่ม้ามากขึ้นเป็น 68 ตัว ที่ 6,800 รองต่อนาที   คราวนี้คู่แข่งกลับไม่ใช่ BMW แต่กลายเป็นคู่แข่งจากอังกฤษ  Austin  Mini Cooper 970 S (999 ซีซี.ไม่รู้คำนวณได้ไง) ที่เป็นเครื่องโอเวอร์เฮดวาล์วเหมือนกันแต่ขับหน้า และเป็นเครื่องครอสโฟลว์  โมดิฟายโดย British Vita  2 คาร์บูเรเตอร์   มีแรงม้า 70 กว่าตัวแถมขับหน้าคล่องแคล่วออกตัวดีกว่าเข้ามาครองตำแหน่งคู่คี่  Fiat  อาศัยน้ำหนักเบากว่าจึงทำให้ผลการแข่งออกมาสูสีกัน

พอถึงปี 1968 เป็นต้นมาทั้งคู่ก็ระเบิดเครื่องออกไปโดย Austin 

ใช้แพลทฟอร์มและบอดี้เดิมแต่ถึงคราวของเครื่อง 1,300 ซีซี. 71.2 มม. x 81.3 มม.(ความจุสุทธิ 1,293 ซีซี.) ใน Cooper  S ตัวที่ให้ Britsh Leyland โมดิฟาย  คราวนี้ใส่หัวฉีดเข้าไปได้ม้าออกมาถึง 120  ตัว   แรงสุดๆ ในยุคนั้น   ครั้น FIAT จะดันทุรังเอาแพลทฟอร์มเดิมไปเล่นคงจะไม่ไหวเพราะเต็มกลืนเนื่องจากตัว Abarth 1000 TC ที่ตอนหลังเอา Weber คู่ไปใส่จนได้มา 110 แรงม้าที่ 8,000 รอบนั้นมันชักจะมีอาการ ‘ท้ายแหก’ ง่ายๆ   ไม่ชอบจะเกาะอยู่บนแทร็คเพราะทุกๆ อย่างมันไปกองตั้งแต่กลางรถไปถึงข้างหลัง   ทำให้เสียเปรียบด้านการทรงตัว   และบล็อคเครื่องนี้ก็ยากจะขยายออกไปได้อีก   จึงถึงคราวจะต้องเข็นรถตัวใหม่ออกสู่ตลาดและนำมาใช้แข่งขันในสนาม European นี้ด้วย

 นี่คือที่มาของ FIAT 128

ตอนแรกออกมาเป็นแค่ 1,148 ซีซี. จาก  81.1 มม. x 55.5 มม. เปลี่ยนเป็นโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์แต่ไม่ครอสโฟลว์   ตอนลงแข่งใส่ Weber คู่ได้มา 134 แรงม้าที่ 9,400 รอบต่อนาที  อาศัยช่วงชักสั้นจู๋กับน้ำหนักตัวแค่ 725 กิโลกรัม และเป็นขับหน้าด้วยกันผลักให้ Austin  Mini Cooper เก็บข้าวของกลับไปเกาะอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง  ในรถบ้านนั้น 128 มีความจุแค่ 1,116 ซีซี. 66 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที โอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ Weber 32  ICEV   ตัวเดียว   เป็นเครื่องไม่ครอสโฟลว์วางขวางที่ถือว่าเกาะถนนดีที่สุดในยุคนั้นรองจาก Alfa

 Sud   เป็นรถที่ขับสนุกคล่อง   ระบบความปลอดภัยสูงคือ เบรคดี ทรงตัวดีตัวถังแข็งแรง    และติดแอร์แล้วมีปัญหาเวลารถติดเช่นเดียวกับ Alfa  Sud

สัมผัสยานยนต์ รถหรูมือสอง คัดสรร..

 ซุปเปอร์คาร์

22/126 ถนนถนนคลองลำเจียก แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

Tel: 089-789-6515 (Hotline),             087-054-6020 (Hotline),

       094-585-7878,

       085-679-7654,

       095-517-2789

  • Grey Facebook Icon
  • line
  • Grey Google+ Icon
  • Grey YouTube Icon

© 2023 by Auto Express. Proudly created with Wix.com