การเรียกรถคืน ‘Recall’

ว่างๆไม่มีอะไรทำ เลยคีย์คำง่ายๆ ว่า Thai car recall ในกูเกิ้ลดูเล่นๆประสาซุกซน คราวนี้เลยงาน(ต้นฉบับ)งอกเข้ามาในสมอง เพราะเฮดไลน์ของหน้าแรกมันออกมาดังนี้

  • Honda Thailand : ประกาศ Recall เรียกรถกลับไปตรวจสอบระบบถุงลมนิรภัย และเปลี่ยนใหม่ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

  • Toyota – Lexus ประเทศไทย Recall เรียกรถ 6 รุ่น รวม 484,914 คัน เข้าเปลี่ยนชิ้นส่วนถุงลมฯ TAKATA

  • Honda (Thailand) recall a quarter of a million cars for airbag repairs

  • Ford Thailand agrees to buy back faulty cars from customers

  • Mazda alert after global recall on three models

  • Ford Thailand/recall

  • Ford ordered to pay Bt23 million to 296 owners of faulty vehicles

  • Fire hazard triggers recall of Toyota's C-HR hybrids

  • Honda เรียก recall เปลี่ยนอะไหล่เกี่ยวกับถุงลม Takata เพิ่ม !!

 ย้อนไปสมัยเป็นเด็ก(เมื่อหลายสิบปีก่อน)คำว่า ‘เรียกสินค้าคืน/เรียกคืน’ไม่เคยได้ยิน  ซึ่งถ้าบังเอิญมีก็พาลจะนึกว่าเราขาดผ่อน จ่ายไม่ครบ เสียมากกว่า การที่อยู่ๆบริษัท ผู้ขาย (ซึ่งได้เงินเราไปแล้ว) จะแสดงความห่วงใยเราถึงขนาดขอให้เรานำสินค้านั้นๆ เข้าไปให้เขาปรับ แต่ง แก้ เปลี่ยน ให้โดยไม่คิดราคา

  จำได้แม่นว่าไม่เคยเกิดเรื่องพวกนี้ในบ้านเรา ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงว่าสินค้า บริการที่ออกมาขายบ้านเรายุคนั้นมันดีเลิศ สูงค่า น่ายกย่อง เปอร์เฟ็คท์ซะจนลูกค้าได้ใช้ของคุณภาพดี ปลอดภัยในการใช้ การบริโภค แต่น่าจะเป็นเพราะ หนึ่งผู้บริโภคสมัยนั้นไม่หือไม่อือ อะไรก็ได้ ไม่มีการรวมตัว รณรงค์ ป่าวประกาศ เรียกร้องสิทธิ์ในฐานะผู้บริโภค สองยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ คุ้มครองผู้บริโภค หน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและบริการ ฯลฯ เข้ามาร่วมดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ สามกฎหมาย มาตรการ ข้อกำหนด ข้อบังคับ การกำหนดความรับผิดชอบ ค่าเสียหาย เบี้ยปรับ การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ต่างๆ ยังตราไว้ไม่มากและไม่ถูกนำมาใช้ภาคปฎิบัติมากและเข้มข้น(ขึ้น) เทียบกับสมัยนี้ สี่ บทบาท การเปิดกว้าง ขอบเขต ขอบข่าย เครือข่าย การนำเสนอ  ของสื่อมวลชนยังไม่มากเท่ายุคนี้ ห้าความหลากหลายของสื่อ โดยเฉพาะออนไลน์ โซเชี่ยลมีเดีย ยังไม่เกิด หก ข้อนี้สำคัญสุด คือผู้ผลิตเองยังไม่ตระหนัก เห็นความสำคัญ มีจิตสำนึก รับผิดชอบเท่าสมัยนี้

  อย่างไรก็ดีชีวิตผมได้เห็นการณรงค์เรื่องพวกนี้เหมือนกัน เป็นเรื่องยา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลเพราะหน่วยงาน อย.ยังไม่น่าเกิดขึ้น ที่กล่าวถึงนั้นคือการเปลี่ยนชื่อยา จากปวดหายเป็นบวดหาย จากซ่อมปอดใหม่เป็นซอมป่อยใหม่ เพราะอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง อันอาจทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อได้

  กลับมาที่ประเด็น Recall เรียกรถคืนถือว่าเป็นปลายท่อแล้ว ต้นท่อต้นตอน่าจะเกิดจาก

  • การลดช่วงอายุรถใหม่ที่สั้นลง- product life cycle ลด

  • การลดช่วงเวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สั้นลง – product development time ลด (มาลดลงได้มากเมื่อนำ CAD/CAM เข้ามาใช้ และลดลงไปได้มากขึ้นไปอีกเมื่อนำ 3 D Visualize, 3 D Mathematic model, VR : Virtual Reality เข้ามาใช้) ปัจจุบันเราใช้เวลานับจากเริ่มออกแบบจนพร้อมเริ่มสายการผลิตเพียง 12 เดือนเท่านั้น  เมื่อเจาะประเด็นนี้ลึกลงไปพบข้อมูลชัดเจนว่าตอนที่ GM พัฒนา Chevrolet Bel Air นั้น ใช้เวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ช่วงยุค 1950’s ถึง 22 เดือน

  • คุณภาพของชิ้นส่วน อุปกรณ์ OEM ที่มีจำนวนมากในรถแต่ละคัน

  • จากสิ่งที่คาดไม่ถึง เช่นพรม ผ้าปูพื้น ไปม้วน ขัด การทำงานของคันเร่ง เบรค

 

ถ้าให้สี่ข้อนี้เป็นเหตุก็น่าคิดต่อว่าแรงกดดันจะไปเกิดผลกับการออกแบบ พัฒนา ผลิต ควบคุมคุณภาพกับผู้ผลิตชิ้นส่วน อุปกรณ์ OEM หรือไม่ อย่างไร เกิดปัญหาอะไรเป็นยวงตามมาบ้าง

    กลับมาที่การ Recall รถนั้นต่างประเทศเขาเริ่มอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 1966 มีสหรัฐนำ มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ คือ NHTSA : National Highway Traffic Safety Administration ในสังกัดของกระทรวงการขนส่งบ้านเขา เข้าไปดูในเว็บท่านจะพบว่าเนื่องจากเขาเอาจริงเอาจัง ติดตามเกาะติดมากว่าห้าสิบปี จึงจัดประเภทของ Recall เป็นหมวดหมู่ มีมาตรการ ข้อกำหนด กฏหมาย การดำเนินคดี ความรับผิดชอบของผู้ผลิตรถและชิ้นส่วน ช่องทางร้องเรียน ช่องทางติดต่อจากผู้บริโภค สรุปคือมีเยอะก็แล้วกัน…

5 กรณีการ Recall ที่ยังไม่ถูกลืม

  จากข้อมูลที่รวบรวมมาพบว่าความโด่งดังเรื่องเฮงซวยของการ Recall นั้นเกิดขึ้นในระบบ ชิ้นส่วน การควบคุม การใช้งาน การก่ออุบัติเหตุ ดังนี้

  • จากระบบ ABS : เจอกันหลายราย แต่ที่เป็นข่าวดังหน่อยเกิดกับ Chrysler ช่วงปี 1996 หลังจากที่มีผู้ร้องเรียนจำนวนมาก ทางการสืบเสาะไปพบว่า Chrysler ได้ว่าจ้างให้บริษัท Allied Signal ผลิตระบบเบรค Bendix ABS ให้รถหลายๆรุ่นที่ขายช่วงนั้น ใช้ปั๊มป์ไฮโดรลิคที่ประสิทธิภาพไว้ใจไม่ได้ ไม่ได้ช่วยผ่อนแรงกดเบรค แถมยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ในการขับขี่แต่ละสถานะการณ์

  • จากคันเร่ง งานนี้ Toyota เจอหลายรุ่นช่วงปี 2004-2010 จากสาเหตุที่เล็กน้อยมากแต่กลับเกิดปัญหาอันตรายใหญ่มาก แค่ผ้าปูพื้นบริเวณนั้นมันสามารถแลบ งอ เกี่ยวการทำงานของคันเร่งได้ สาเหตุเพียงเท่านี้กลับทำให้เกิดอุบัติเหตุตามรายงานว่า 60 ราย เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ทางบริษัทต้องยุติกรณีนี้โดยมีค่าใช้จ่ายถึง 5,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ  

  • จากระบบเกียร์ : Ford ช่วง 1976-1980 เป็นการ Recall ที่ใช้หัวข้อว่า ‘Failure to Park’ อ่านเนื้อเรื่องดูแล้วคืออาการเกียร์เข้าพรวด พลาดจากตำแหน่ง P ไป R โดยถือวิสาสะเอง งานนี้มีรถที่ถูกเรียกคืนกว่า 20 ล้านคัน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุกว่า 6,000 ครั้ง บาดเจ็บ 1,700 เสียชีพไป 98    Ford จ่ายไปประมาณ 1.7 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ

  • จากเข็มขัดนิรภัย : Takata ซึ่งทำ OEM ให้หลายค่ายรถเช่น Honda, Nissan, Chrysler, Mitsubishi, GM, Mazda, Suzuki, Subaru, Isuzu  ช่วง 1985-1995 กล่าวคือมีปัญหากับตัวปลดล๊อค คือมีการแตกและทำให้กลไกการล็อคขัดข้อง ปลดไม่ออก มีหลายกรณีอุบัติเหตุที่ผู้ขับ ผู้โดยสาร ติดคาอยู่กับที่นั่ง จากการสืบเสาะ NHTSA พบว่ามีการร้องเรียนเข้าไป 931 ราย ผู้ผลิตรถต้องเรียกรถเข้ามาปรับแก้ งานนี้ Takana จ่ายไปประมาณ 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ  จริงๆแล้วเจ้า Takata นี่ผมจำได้ว่าก็ได้ทำให้บริษัทรถเขาวุ่นวายต้องเรียกรถคืนจากสาเหตุอื่นอีก ได้แก่ระบบถุงลมนิรภัยหรือ Air Bag ที่พอระเบิดโป๊ะขึ้นมาแทนที่จะช่วยประทังระดับกระแทก มันดันมีชิ้นส่วนที่เป็นของแข็งจากระบบของมันที่สลัดไม่หลุดแถมไปด้วย เรียกว่าเจอกันสองต่อในแจ๊คพ็อทครั้งเดียว           

  • จากสวิทช์ร้อนจนลุกไหม้: Ford เกิดที่สวิทช์ยกเลิกการทำงานของระบบ Cruise control เมื่อผู้ขับกดเบรค สวิทช์ที่ว่านี้เกิดอาการร้อนจัด จนถึงลุกไหม้ แม้สวิทช์จะราคาเพียงตัวละ 20 เหรียญ แต่เมื่อคูณจำนวน 14 ล้านคันเข้าไป Ford ต้องควัก 280 ล้านเหรียญสำหรับงานนี้

  • จากไฟฟ้าลัดจงจรของกุญแจสตาร์ต : Ford ช่วงปี 1988-1993  ที่ใช้คำว่าไฟฟ้าลัดวงจรเพราะได้ยินบ่อย  ดูเท่ พอลัดวงจรคราวนี้ก็อาจร้อนถึงลุกไหม้ควันโขมงบริเวณพวงมาลัย ที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันสามารถลัดวงจรและลุกไหม้ได้เองแม้ขณะนั้นคุณดับเครื่องจอดไว้เฉยๆก็ตาม งานนี้ Ford จ่ายไปประมาณ 200 ล้านเหรียญ 

ประเด็นน่าคิด : ทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามาวันนี้เป็นแง่ของการซื้อสินค้า ที่ออกรูปธรรม น่าคิดว่าถ้าเป็นแง่ของการบริการ ผู้ซื้อสามารถเข้าไปรับบริการอีกครั้งหรือหลายๆครั้งได้หรือไม่  ถ้าสามารถพิสูจน์ สืบทราบได้ว่าคุณภาพการบริการนั้นไม่ได้มาตรฐาน หรืออวดอ้างเกินจริง ยกตัวอย่าง สมภพเข้ารับบริการ ‘ชำระร่างกาย’ ที่สถานบริการแห่งหนึ่ง แล้วผู้บริหารสถานที่แห่งนั้น หน่วยงานคุ้มครองต่างๆ องค์กรอิสระ รวมทั้งสมภพเอง ตรวจสอบขณะนั้นหรือภายหลัง พบว่าระดับอุณหภูมิไม่ได้มาตรฐาน พนักงานบริการไม่เต็มเวลา ไม่สามารถพาสมภพบรรลุสู่สรรพคุณที่กล่าวอ้างได้  สมภพและผู้ใข้บริการท่านอื่นจะสามารถเข้า Re-Serve, Re-Do คล้ายการ Recall รถได้หรือไม่

สัมผัสยานยนต์ รถหรูมือสอง คัดสรร..

 ซุปเปอร์คาร์

22/126 ถนนถนนคลองลำเจียก แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

Tel: 089-789-6515 (Hotline),             087-054-6020 (Hotline),

       094-585-7878,

       085-679-7654,

       095-517-2789

  • Grey Facebook Icon
  • line
  • Grey Google+ Icon
  • Grey YouTube Icon

© 2023 by Auto Express. Proudly created with Wix.com