ก่อนจะเป็น Nissan 370 Z และ Skyline R35

ชัยชนะของ Datsun ในซาฟารี แรลลี่ :  510 และ 240 Z

   ได้เขียนเรื่อง Mitsubishi   Lancer 1600 GSR  ไปแล้วทำนองว่าเป็นตัวหนึ่งในสิงห์ซาฟารี ก็เลยติดลมว่าจะนำเอารถแข่งแรลลี่อมตะโลกที่วิ่งอยู่ในวันเวลานั้นมาว่าต่อๆ กันเป็นมินิซีรี่ส์   ซึ่งที่เล็งๆ ไว้ก็มี FORD  Escort  ตัวซาฟารี,  Peugeot 504,  Mercedes-Benz  450  SLC  (ตัวที่ซื้อ Joginder  Singh มาขับให้), Datsun 240 Z, B 510, 160 J “SSS”-Violet ฯลฯ  ซึ่งแต่ละตัวต่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยไปคนละแบบ  เช่น บางตัววิ่งทางแห้งดีเพราะแรงแต่หนักทำให้มักไปเสียเวลาจมหล่มจมโคลนในช่วงทางเปียก   ซึ่งในซาฟารีนั้นทางเปียกไม่ใช่แค่ลื่นไหล แต่บางทีจมไปทั้งคัน  บ้างก็ถูกน้ำป่าถล่มกระเจิงหายไปต่อหน้า   มีการ “Reroute”  ยกเลิก   เลื่อนเกือบทุกปี   ถ้าติดตามการแข่งจะเห็นการสลับกันขึ้นหน้าเป็นพักๆ ให้ได้ลุ้นตลอด   ประเภทนำม้วนเดียวจบไม่มี  ทำงานหนักตลอดตั้งแต่นักแข่ง  เซอร์วิส  กรรมการ   ว่ากันว่าเสน่ห์ของซาฟารีอยู่ที่ “อาถรรพ์” พวกเรื่องแปลกๆ ซึ่งเดียวจะว่าให้ฟัง อาจเป็นเพราะความแรงของเจ้าที่ก็ได้เพราะอาฟริกานั้นจัดเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดมนต์ดำ (Black Magic) โดยเฉพาะพวกลัทธิวูดู  ศักดิ์สิทธิ์ไม่แพ้ย่านอื่น  เช่น เขมร  มายา  อะเมซอน กับเขาเหมือนกัน

East  African  Safari  Rally

 สมัยก่อนเขาเรียกกันเต็มยศอย่างนี้ก่อนจะเหลือแค่ African Safari เฉยๆ  เล่นกันยาว 3,000-4,000 ไมล์ ตั้งแต่เคนย่า  แทนซาเนีย  อูกันด้า และกลับมาฟินิชที่เมืองไนโรบี  เคนยาอีกครั้ง   เส้นทางมีปรับเปลี่ยนทุกปีแล้วแต่สภาพการเมืองของประเทศแทบนั้น โดยเฉพาะอูกันด้าช่วงที่ “อิดี้ อามิน” ปกครองคือผีเข้าผีออก  เดี๋ยวห้ามผ่านเดี๋ยวก็สนับสนุน

เส้นทางของซาฟารีมักจะสร้างชื่อให้กับรถที่ไม่ค่อย “Sophisticate” นักเพราะรถหวกนี้มักเหลือรอดมาเข้าเส้นชัยโดยอาศัยระบบที่ง่าย  น้ำหนักเบา  การเซอร์วิสที่วางแผนล่วงหน้ามาดี   ส่วนรถประเภทที่ซับซ้อนเครื่องแรงๆ น้ำหนักมาก ไม่คล่องแคล่วมักจะเข้าท้ายๆ  หรือไม่ก็พังซะก่อน   สมัยก่อนซาฟารีมีผู้ชนะเป็นรถยุโรปเช่น  Ford  Cortina GT, VW เต่า,  Ford  ตระกูล M,  Peugeot 404, Mercedes-Benz,  Mini, Fiat  แต่พอพวกรถญี่ปุ่นเข้ามาเริ่มเล่นในต้นยุค 70   รถกระป๋องกระแป๋งพวกนี้กลับได้รับชัยชนะติดต่อกันจนไม่เหลือที่ให้รถแพงๆ  บริษัทรถญี่ปุ่นเอาชัยชนะตรงนี้มาใช้โฆษณารถของตน  ได้ประโยชน์ในแง่การตลาดไปมากทั้งๆ ที่เป็นรถคุณภาพไม่ดีนักแต่อาศัย “ลูกอึด”  และรู้จักฉลาดจ้างเอานักแข่งท้องถิ่น อาทิ Shekhar Metha, Joginder  Singh ฯลฯ ซึ่งบิกบึนราวควาย+แรด ในขณะที่พวกนักแข่ง “หน้าขาว”  เช่น  พวกฟินน์  อังกฤษ  เยอรมัน  ออกอาการหมดสภาพไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้ได้ถึง 60 % ของศักยภาพเพราะร้อน  ฝุ่น  หิว ฯลฯ  แพ้พวก “หมอผี” ตั้งแต่สเตจต้นๆ แค่วันที่ 2-3  นอกจากนี้ยังมีพวก “สัตว์ประหลาด” โผล่มาเป็นระยะ  ใครที่ไม่ทราบพฤติกรรมและเดาใจพวกมันไม่ถูกก็มักจะเสยเอาเต็มๆ เจ็บตัวหรือตายกันทั้งสองฝ่าย   African Safari จึงถูกยกให้เป็นสนามแข่ง WRC ที่โหดและมีมนต์ขลังมากที่สุดในโลก!!!

 

    สมัยเริ่มแรกช่วงที่พวกกระผมยังไม่เกิดนั้น   Safari  Rally ใช้ชื่อว่า “Coronation Rally”  ฟังดูแล้วมันเสริมความหยิ่งผยองให้กับเจ้าอาณานิคมในช่วงก่อนหน้ายุค 50  เป็นยิ่งนัก   ซึ่งก็จริงเพราะไอ้พวกที่เจ้ากี้เจ้าการมักเป็นชาวอังกฤษที่แต่ก่อนปกครองแถวนี้อยู่  ต้องการให้เป็นเกียรติแก่ Queen Elizabeth   เริ่มครั้งแรกในปี 1953 ซึ่งปล่อยรถแปลกดีคือ แบ่งเป็น 3 สายให้วิ่งกรูมาเข้าเส้นฟินิชเดียวกันที่ไนโรบี เคนยา   ตอนหลังรู้สึกว่าไม่แฟร์เลยยกเลิกไปใช้วิธีวิ่งเส้นทางเดียวกัน

 ต่อมาพอปี 1960 ชาวโลกเริ่มเห็นว่าอังกฤษไม่ควรจะเข้าไปปกครองประเทศอื่นๆ เขา จึงต้องลดกระแสต่อต้านโดยปลดปล่อยหลายประเทศและตั้งชื่อการแข่งในนี้ใหม่ว่า “East African Safari” ซึ่งนามนั้นสำคัญไฉนเพราะสามารถเปลี่ยนไปมาได้อีกตามกระแสเงินสนับสนุนเช่น อาจใช้ชื่อเป็นทางการว่า “Marlboro  Safari Rally” ก็ได้ในยุค 80

Datsun  & Safari Rally

 Nissan  ที่แต่ก่อนใช้ชื่อ Datsun  จัดว่าเป็นญี่ปุ่นรายแรกๆ ที่เข้ามาเล่นในซาฟารีคือลองเชิงตั้งแต่ปี 1963 โดยเอา Bluebird รุ่นแท็กซี่บางกอกสมัยโน้นคือ “311” มาลองเล่น 2 คัน  ให้นักแข่งญี่ปุ่น และฝรั่งช่วยกันแต่ก็พังทั้งคู่ไม่เข้าถึงฟินิช   ชัยชนะปีนั้นตกเป็นของ Peugeot 404   จากจำนวน 84 คันที่ถูกปล่อยจากจุดสตาร์ทมีแค่ 7 คันเท่านั้นวิ่งฝ่าถึงฟินิช   เป็นที่มาของพวก “7 เดนตาย” หรือ M 7 (Magnificent 7)

ถัดมาคือ 1964 คราวนี้  Datsun  มาอีกด้วย  Cedric ในคลาส  D   เข้าเส้นชัยในอันดับรองโหล่คือที่ 21  (มีรถ 22 คัน)  ถือว่าไม่น่าอายเพราะไอ้คันที่มาโหล่นั้นเป็นรถ  Ford  Mercury  Comet ที่มี  Joginder  Singh ขับ   ส่วนอันดับหนึ่งงานนี้เป็น  Ford  Cortina GT

 มาถึงปี 1965   Joginder  Singh จึงรู้จักชัยชนะเพราะขับ Volvo  นำมาถึง 100 นาทีแต่ Peugeot  404

 ครองแชมป์คะแนนรวม   ปีนั้น Datsun พังยกฝูงแต่ก็ไม่น่าเกลียดเพราะมีเพียง 16 จาก 85 คันที่วิ่งครบเส้นทาง  พอปี 1966  เป็นการแข่งที่ครบกระบวนท่าของห่าฝนและน้ำป่า  Datsun  เริ่มพบแสงสว่างเมื่อเข้าที่ 5 และ 6 ในโอเว่อร์ออล  และได้ที่ 1 และ 2 ในคลาส 1,001-1,300 ซีซี. จากรถรุ่น  Bluebird 411 นับว่างานนี้พิสูจน์ความคงทนของ Bluebird ได้เป็นอย่างดี  เพราะมีแค่ 9 ใน 88 ที่วิ่งจนครบ   คศ.1966 จึงเป็นปีแรกที่มีนักขับชาติอื่นนอกจากเคนย่าที่รับชัยชนะ

Datsun  & Safari Rally

 Nissan  ที่แต่ก่อนใช้ชื่อ Datsun  จัดว่าเป็นญี่ปุ่นรายแรกๆ ที่เข้ามาเล่นในซาฟารีคือลองเชิงตั้งแต่ปี 1963 โดยเอา Bluebird รุ่นแท็กซี่บางกอกสมัยโน้นคือ “311” มาลองเล่น 2 คัน  ให้นักแข่งญี่ปุ่น และฝรั่งช่วยกันแต่ก็พังทั้งคู่ไม่เข้าถึงฟินิช   ชัยชนะปีนั้นตกเป็นของ Peugeot 404   จากจำนวน 84 คันที่ถูกปล่อยจากจุดสตาร์ทมีแค่ 7 คันเท่านั้นวิ่งฝ่าถึงฟินิช   เป็นที่มาของพวก “7 เดนตาย” หรือ M 7 (Magnificent 7)

ถัดมาคือ 1964 คราวนี้  Datsun  มาอีกด้วย  Cedric ในคลาส  D   เข้าเส้นชัยในอันดับรองโหล่คือที่ 21  (มีรถ 22 คัน)  ถือว่าไม่น่าอายเพราะไอ้คันที่มาโหล่นั้นเป็นรถ  Ford  Mercury  Comet ที่มี  Joginder  Singh ขับ   ส่วนอันดับหนึ่งงานนี้เป็น  Ford  Cortina GT

 มาถึงปี 1965   Joginder  Singh จึงรู้จักชัยชนะเพราะขับ Volvo  นำมาถึง 100 นาทีแต่ Peugeot  404

 ครองแชมป์คะแนนรวม   ปีนั้น Datsun พังยกฝูงแต่ก็ไม่น่าเกลียดเพราะมีเพียง 16 จาก 85 คันที่วิ่งครบเส้นทาง  พอปี 1966  เป็นการแข่งที่ครบกระบวนท่าของห่าฝนและน้ำป่า  Datsun  เริ่มพบแสงสว่างเมื่อเข้าที่ 5 และ 6 ในโอเว่อร์ออล  และได้ที่ 1 และ 2 ในคลาส 1,001-1,300 ซีซี. จากรถรุ่น  Bluebird 411 นับว่างานนี้พิสูจน์ความคงทนของ Bluebird ได้เป็นอย่างดี  เพราะมีแค่ 9 ใน 88 ที่วิ่งจนครบ   คศ.1966 จึงเป็นปีแรกที่มีนักขับชาติอื่นนอกจากเคนย่าที่รับชัยชนะ

ปี 1970 ครั้งนี้หดเหลือ 3,000 ไมล์ใน 2 ประเทศคือ เคนยาและอูกันด้า ไล่ระดับกันตั้งแต่น้ำทะเลจนถึงยอดภูเขาสูง 10,000 ฟิต Datsun  510  SSS  คือ Datsun  เกือบทั้งหมดใน 28 คันที่ลงแข่ง   เป็นปีที่ “น้ำเยอะ” ทำเอา “ตัวเต็ง”  ออกมาเชียร์เพื่อนเป็นแถว  เหลือเล่นแถวหน้าอยู่ 3 เจ้า คือ Ford, Datsun  และ Porsche จากที่ส่งเข้าแข่งเป็นฝูงทำให้ Datsun  เล็ดรอดเหลือเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งครั้งแรกในประวัติศาสตร์ซาฟารี  โดยมี Harrmann และ Schuller ชาวเยอรมันเป็นคู่หู  และได้ทั้งที่หนึ่งโอเว่อร์ออล   ที่หนึ่งในคลาส และที่หนึ่งผู้ผลิตรถยนต์    ในจำนวน 19 คันที่เหลือรอดจากที่ปล่อยสตาร์ท  91 คันนั้นเป็น Datsun  510 ซะ 4  คันและ Bluebird อีก 6 คัน

 ปี 1971  Datsun  ชนะอีกครั้งกับ 240 Z ที่ได้คู่หูเดิม คือ Harrmann และ Schuller ขึ้นรับถ้วยกลางโพเดี้ยม  ตอนแรกตัวเก็งสนามนี้ไม่ใช่ 240 Z  แต่เป็นตัว 510 แชมป์เก่า  พอปล่อยรถช่วงแรกๆ ก็เช่นเคยว่ารถยุโรปแรงๆ อย่าง Porsche ออกไปกรุยเส้นทางให้และพังตามระเบียบ    1971 นี้เป็นปีครบเครื่องคือ ก่อนฝนตกเส้นทางก็เป็นโคลนที่แข็งราวหินทำให้รถยางแตกขณะไล่กันมา 120 ไมล์ต่อชั่วโมงพลิกคว่ำไปหลายคัน  บ้างก็มีปัญหาช่วงล่าง  เพลากระจาย   ครั้นพอฝนตก  โคลนแข็งพวกนั้นก็กลายเป็นจาระบีปล่อยให้รถหมุนคว้างตกข้างทาง   1971  ยังเป็นปีแห่ง Datsun 240 เพราะเข้าอันดับ 1, 2 และ 7   ส่วน  510 นั้นเข้าประปราย  เป็นอีกปีที่ Datsun  ชนะเลิศโอเว่อร์ออล ชนะเลิศในคลาส และผู้ผลิตรถยนต์

 ปี 1972 โชคไม่ดีสำหรับ Harrmann และ Schuller  ที่กะจะทำ “แฮททริค” กับ Datsun เพราะปีนี้เพลาขับมีปัญหาแต่ก็ประคอง 240 Z เข้าที่ 5 ได้   ส่วน Z อีก 2 คันเข้าที่ 6 และ 10   Datsun ยังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ส่งรถเข้าแข่งมากที่สุดในซาฟารี คือ 40 ในทั้งหมด 86 คัน  ที่น่าสังเกตคือ ปีนี้ทางโรงงานส่งตัว 610 ที่วางเครื่อง 1,800 ซีซี.เข้ามาเพิ่มน้ำหนักหมัดแทนเจ้า 510 ที่มีแค่ 1,600 ซีซี.เป็นครั้งแรก

 1973  เป็นปีที่ 240 Z กลับมาทวงชัยชนะอีกครั้ง และยังมี Bluebird 1800  SSS ที่เข้าอันดับสองและยังชนะในคลาสของมันอีกด้วย   ส่วนตัว 510 ปีนี้เข้าที่ 4 โอเว่อร์ออล  สิ่งที่น่าสนใจ : ปีนี้เริ่มมีรถแปลกๆ แหยมเข้มมาในซาฟารีด้วย เช่น Mazda, Alfa Romeo GTV, Mitsubishi  Colt Galant  (ที่จ้าง Joginder Singh ไปขับและสร้างตำนานขับ Lancer 1600 GSR ที่เขียนไปแล้ว)

ปี 1974   Datsun  ไม่ได้ส่งทีมโรงงานลงแข่งซาฟารีแต่r;dนักแข่งอิสระก็นำ 510 เข้าแข่งหลายคันเพราะถูก เบา  ทน  มีเกียรติประวัติที่ดี นอกจากนี้ก็มี 610 SSS (180 E), 260 Z    ซึ่ง  Datsun เหล่านี้ทำได้แค่อันดับ 4, 5, 6 เท่านั้น

 นับจากปี 1975 เป็นต้นมา Datsun เริ่ม ‘แผ่ว’ ไปในสนามซาฟารีเพราะมีคู่แข่งต่างๆ เข้ามาแทนที่  แม้ทีม Datsun จะกลับมาส่งพวก 710 Violet  เข้าแข่งในปี 1976,  PA 10 Violet ในปี 1978 ก็ตาม    การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในความพยายามกลับสู่สนามซาฟารีของ Datsun  น่าจะได้แก่การนำเครื่องบล็อค “L 20 b” มาทำเป็น 16 วาล์ว แล้ววางในรุ่น Laurel จนกลับมารับชัยชนะอีกครั้งกับการขับของ Shekhar  Metha  พร้อมทั้งสร้างสถิติชัยชนะในสนามซาฟารีของเขาที่ยังไม่มีใครลบได้ 

ตัวถัดๆ มาหลังยุคนั้นเห็นจะเป็นพวก Silvia S 100, Violet GT, 200 SX, Bluebird Turbo, Violet  GTS และ 240 RS (ตัวแรลลี่เวอร์ชั่นของ 240 SX)  แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันในซาฟารีเหมือนกับที่ “รุ่นพี่” คือ 510 และ 240 Z ทำไว้   ชื่อเสียงของ Datsun  เริ่มถูก Audi  Quarttro เข้าเบียดแทน   ภาพผู้ชนะในสนามแรลลี่หฤโหดถูกตัวแข่งแรลลี่ขับ 4 ล้อเข้ายึดครอง   ถัดจาก Audi  ก็เข้าสู่ยุคของ Toyota  Celica และ Subaru  Impreza  แต่ก็ไม่เห็นความยิ่งใหญ่ของ Datsun  ภายใต้ชื่อใหม่ “Nissan” อีกเลย 

สัมผัสยานยนต์ รถหรูมือสอง คัดสรร..

 ซุปเปอร์คาร์

22/126 ถนนถนนคลองลำเจียก แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

Tel: 089-789-6515 (Hotline),             087-054-6020 (Hotline),

       094-585-7878,

       085-679-7654,

       095-517-2789

  • Grey Facebook Icon
  • line
  • Grey Google+ Icon
  • Grey YouTube Icon

© 2023 by Auto Express. Proudly created with Wix.com