Chevy ใช่ไหม หรือ Ford  รุ่นใดร่วมในตำนาน ‘American Pie’

The day the music died วันที่จิตวิญญาณดนตรีสูญสลาย
(Film Photography, Manuzziri Romeo)

American Pie ของคนยุคก่อนนั้นต่างกับตอนที่เขานำมาสร้างเป็นภาพยนต์ยุคสิบกว่าปีก่อนคนละเรื่อง คนละอารมณ์ เพราะ American Pie ที่จะกล่าวในวันนี้มันทั้งเศร้า ลึกลับ ก่อให้เกิดการตีความมาเกือบห้าสิบปี มันคือหนึ่งในตำนานความเป็นอเมริกัน โดยเฉพาะคำร้อง ทีเอาประโยค ‘The day the music died’ มาย้ำเป็นช่วงๆ

     ท้าวความไปถึงตอนที่ผู้เขียนเรียนชั้นประถมปลาย กำลังบ้าอัดเสียงกีต้าร์ตัวเองบนเทปโอเพ่นรีล เป็นช่วงความสุขของปิดเทอมใหญ่ วิทยุที่เปิดเพลงฝรั่งในตอนนั้นได้นำเพลง ‘American Pie’ มาเปิด ความรู้สึกตอนนั้นคือเพลงเ..ย อะไรวะยาวชิบหาย  คือตัดไม่ลงหนึ่งหน้าแผ่นซิงเกิ้ล ต้องใช้ทั้งหน้า A และ B จึงจบครบเพลง  อีกทั้งไม่เห็นมีอะไรไพเราะ เหมือนพร่ำบ่น รำพึงรำพันอะไรไปเรื่อย โดยเฉพาะประโยคสั้นๆช่วงที่ลงท้ายว่า ‘The day the music died’ จึงไม่ได้ใส่ใจเพลงนี้อีกต่อไป….

   จากนั้นก็ได้เห็นจั่วหัวบ้าง คอลัมน์สั้นๆบ้างที่นักเพลง นักเขียนเขาได้ถอดความจากวงการเพลงเมืองนอกหลายต่อหลายครั้ง ว่า The day the music died นั้นผู้แต่งคือ Don McLean น่าจะหมายถึงวันที่ Bob Dylan วางกีต้าร์โปร่งหันมาสะพาย Fender Telecaster บ้าง  วันที่ The Beatles แตกวงบ้าง…. คือต่างก็ยังพยายามตีความจากเนื้อเพลง หรือถอดบริบทจากเหตุการณ์ บรรยากาศยุคนั้นว่าผู้แต่ง ‘น่า’ จะสื่อถึงสิ่งใด  ครั้นนาย Don McLean ผู้แต่งแม้ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ยอมแพร่งพราย ให้สัมภาษณ์ใดๆออกมาแม้แต่น้อย นัยนี้เองที่ทำให้ The day the music died กลายร่างจากการเป็นเพียงโฟล์คร็อคธรรมดามากๆเพลงหนึ่งเข้าสู่การเล่าลือ (Story telling) ก้าวสู่ความเป็นตำนาน (Legend) ขึ้นสู่มิติอันเร้นลับ (Mythology) ในที่สุด

ผู้เขียนเคยนำเพลงนี้ พร้อมทั้งถอดตำนานของมันมาเขียนและออกอากาศทางวิทยุไปครั้งหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อน ด้วยความอยากรู้จึงเจาะข้อมูล ซื้อหนังสือมาอ่านอย่างบ้าคลั่ง เคยนั่งคุยกับดีเจอเมริกันถกกันเรื่องนี้ ทำให้พอจะคลำทางได้ว่า The day the music died นั้นน่าจะเป็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2502 อันเป็นวันที่วงการเพลงอเมริกันสูญเสียศิลปินที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาสามคนด้วยกัน พร้อมกัน ที่เดียวกัน   พวกเขาคือ Buddy Holly, Ritchie Valens และ J. P. "The Big Bopper" Richardson ที่บังเอิญมานั่งเครื่องบินลำเดียวกันหลังแสดงดนตรีจบ

    วันที่จัดรายการวิทยุนั้นผู้เขียนได้นำผลงานของทั้งสามมาเปิดด้วย มีสายจากคอเพลงรุ่นเก่าโทรเข้ามาคุยกันพอสมควร อย่าง Ritchie Valens นั้นได้นำ La Bamba กับ Donna  มาเล่น  ของ Buddy Holly แน่นอนว่าคือ That’ll be the Day ส่วน J.P. Richardson นั้นคือเพลง Chantilly Lace ในเนื้อเพลงช่วงที่จะนำมาลงในบริบทตรงนี้ทำให้ McLean หนีไม่ค่อยออกเหมือนกันว่าเขาพรรณาถึงโศกนาฏกรรมครั้งนี้แน่นอน

…. ‘But February made me shiver

With every paper I'd deliver

Bad news on the doorstep

I couldn't take one more step

I can't remember if I cried

When I read about his widowed bride

Something touched me deep inside

The day the music died’…… 

เพลงนี้ถูกปล่อยออกในปี 1971 คาดว่าเขาแต่งมันประมาณปี 1969 ซึ่งยังหารายได้โดยขี่จักรยานส่งหน้งสือพิมพ์ตามบ้านเพื่อหารายได้อยู่ ตามที่เนื้อเพลงกล่าว นี่เป็นเพียงประตูแรกที่ชาวโลกเพลงเขาเปิดเข้ามาตีตำนาน แต่ที่ผู้เขียนจะนำมาถ่ายทอดวันนี้อยู่ที่ท่อนที่ชอบ คือนอกจากจะร้องได้ดีตอนช่วงนี้แล้วอยากรู้ เข้าใจถึงความรู้สึก แรงบันดาลใจ ของหนุ่มนิวยอร์คหัวใจลูกทุ่งผู้นี้

‘…….Bye, bye Miss American Pie

Drove my Chevy to the levee but the levee was dry’

ตรงนี้ชัดเจนว่าเป็น Chevrolet แต่เก๋งหรือกระบะไม่ทราบ เพราะแกน่าจะมีรถหลายคัน แต่จากท่อนต่อไปนี้ตะหากที่น่ารู้ และชาวเพลงเขาสืบเจาะกัน

‘…..I was a lonely teenage broncin' buck

With a pink carnation and a pickup truck

But I knew I was out of luck

The day the music died’

ถ้าให้ถอดความ แกน่าจะสื่อถึงอารมณ์ที่พลุงพล่านของพลังม้าหนุ่มลำพอง (คำว่าลำในที่นี้ผู้เขียนมิได้ต้องการขยายความให้เห็นอาการของม้า ทีออกอาการกร่างกล้า แต่ต้องการสื่อถึง ‘ลำ’ ของนาย Don McLean  ซึ่งน่าจะพองโต พงกหัวหงึกๆด้วยฮอร์โมนหนุ่ม) ผู้ที่หอบช่อดอกคาร์เนชั่นสีชมพู ซึ่งสื่อถึงรักด้วยจิตวิญญาณ ไม่หวังสิ่งตอบแทน ควบกระบะไปหาสาวเจ้า อยากรู้มากว่า ‘Pickup truck’ ของแกคือยี่ห้ออะไร รุ่นใด ปีใด ?

  ผู้เขียนได้เริ่มตีวงให้แคบลงถึงรถกระบะรุ่นที่แกน่าจะใช้ รุ่นที่เหมาะกับสถานะช่วงนั้นที่ย้อนไปช่วงที่ไปงานโรงเรียน ฐานะช่วงนั้นยังไม่ได้โด่งดังร่ำรวยอะไร ตีวงลงมาที่ Chevrolet  จะเป็นรถใช้แล้วที่แกซื้อเองหรือไม่ก็ยืมผู้ปกครองมาเป็นครั้งคราว เดาน่าจะเป็น ‘Advance Series’ ที่ได้ทำออกมาตั้งแต่ปี 1947-1955 หรือไม่ก็เป็น ‘Task Force V-8’ ให้สมกับน้ำหนักเท้าหนุ่ม McLean หน่อย  แต่อย่าลืมว่า Chevrolet ยังมี C/K Pickup นี่น่าจะอยู่ในคอกของเขาก็ได้ ลองมาเจาะดูแต่ละรุ่น 

Chevrolet Advance Series

   สมัยก่อนเห็นวิ่งกันหลายคันไร้ค่าในบ้านเรา กลายไปเป็นซากจอดทิ้งอยู่แถวโคราชเยอะมาก สกลนคร หนองคาย อุบล ตามมาติดๆ ร้อยละเกือบร้อยเปลี่ยนใส่เครื่องญี่ปุ่นมาเรียบร้อย พร้อมขับแต่ไม่พร้อมจะสะสม นัยว่าสูญสิ้นจิตวิญญาณอเมริกันไปแล้ว เมื่อวงการเขาบ้ารถเรโทรมันกลับกลายเป็นรุ่นที่วงการกระบะอเมริกันสะสม มีค่าราวพระเครื่อง นานๆจึงจะเห็นรูปที่เขามาโชว์ในเน็ต ผู้เขียนเคยไปเห็นตัวจริงและเอากล้องฟิล์มถ่ายมันได้ที่บ้านบางเขนในสภาพเดิมมาก เจ้า Advance นี่ออกมาต่อจาก AK Series ตัวพี่ที่ผลิตออกมาช่วงหลังสงครามโลก ครั้นปี 1947 GM ก็ผลิตมันออกมาจำหน่าย ไล่มาหลายขนาดเครื่อง ใช้งานตามแต่ละวัตถุประสงค์ชองผู้บริโภคอเมริกันเป็นหลัก ไม่ง้อส่งออกเพราะช่วงนั้นอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ดีทรอยท์ทระนงองอาจไม่ง้อผู้ใด

    เริ่มจากรุ่นเล็กสุดกระบะครึ่งตัน วางเครื่อง 3.5 ลิตร ถัดมาเป็นสามส่วนสี่ตันกับ 3.9 ลิตร ไล่มาสุดที่หนึ่งตัน 4.3(V-8) ลิตร มีทั้งเกียร์ธรรมดา 3/4 จังหวะและออโต้ 4 จังหวะ  พอคลอดออกมาก็ขายดีทันที เพราะใหญ่ขึ้น แกร่งขึ้น สวยเพรียวลม ลื่นตากว่าเจ้า AK เดิม คนไทยเราชอบตั้งชื่อ ตั้งไปเรื่อยตั้งแต่ลูกตัวเอง ตั้งชื่อใหม่ให้เพื่อน หมาแมว แม้กระทั่งรถที่บางครั้งนำไปเปรียบกับสัตว์ กับอุปกรณ์ของใช้ ยกตัวอย่างโตโยต้า คราวน์ ‘ปลากระโห้’   โฟล์คเต่า  ปอร์เช่เจ้าชายกบ โตโยต้าโดราเอมอน ฮอนด้าเตารีด  เจ้า Chev รุ่นนี้คนไทยเรียกรุ่น ‘5ซี่’ เพราะกระจังหน้ามันแยกเป็นช่องๆ นับแล้วมีแถบโครเมี่ยมที่เขาตกแต่งเด่นอยู่ 5 ชิ้นดังรูป

   Advance Series คือหนึ่งในกระบะที่ ‘วงการคนบ้าตำนานเพลง’ ต่างประเทศเขาเดาว่าน่าจะเป็นรถที่ Don McLean กล่าวถึงตอนขับไปแล้วแห้ว คือทั้งตอนที่กะจะขับไปปล่อยอารมณ์ริมเลวี่(อ่างเก็บน้ำ)แต่ก็พบกับความเหือดแห้ง และตอนหอบคาร์เนชั่นชมพูไปมอบให้สาว  

Chevrolet Task Force V-8

    GM ผลิตมันออกมาช่วงปี 1955-1960 แทนที่รุ่น Advance  วางเครื่องไล่จาก 3.9, 4.3(V-8) และ 4.6(V-8) ลิตร มีทั้งขับ 2 และ 4 ล้อ มีเกียร์ 3/4  จังหวะทั้งธรรมดาและออโต้ให้เลือก โหนกบนฝากระโปรงที่ออกแบบเป็นสันสูงและกระจกหน้าโค้งจนถึงริมข้างคือเอกลักษณ์ของมัน นอกจากจะติดตั้งระบบเบรคและพวงมาลัยเพาเว่อร์มา ปรับระบบไฟมาเป็น 12 โวลท์แล้ว ทาง GM ให้เราเลือกออปชั่นเพิ่มตามที่ต้องการ บ้าเข้าไปมากๆแล้วจะงงเพราะแตกต่างในรายละเอียดยิบย่อย และมีหลายนามที่ถูกขนาน รุ่นอะแปคเช่ ไวกิ้ง ซับเบิร์บ บลูชิบ คาร์เมล….. ออปชั่นเทพบางรุ่นทำภายในหรูดุจ Chevrolet Bel Air เก๋ง  

Chevrolet C/K

Chev รุ่นสุดท้ายที่เขาคาดว่า ‘อาจ’ เป็นกระบะที่ McLean จะใช้อยู่ ยืมมาขับ ไม่สำคัญเท่าใช่ที่เขาขับอยู่ในวันที่ ‘จิตวิญญาณเพลงสูญสลาย’ หรือไม่ มันคือ Chevrolet C/K ที่ออกมากินตลาดยาวนานเพราะถูกผลิตต่อเนื่อง พัฒนามาหลายอนุพันธ์ ตั้งแต่ปี 1959-2001 มันถูกขยายให้ใหญ่บึกแบบฟูลไซซ์ กรุยทางให้น้องที่รับงานหนัก Silverado HD, GMC ที่ออกตามมา คราวนี้ Chev ได้ให้ทางเลือกเรื่องจำนวนประตูเพิ่มขึ้น มีทั้ง 2,3 และ 4 ประตู ปรับให้บริเวณกระบะบรรทุกต่ำลงขนย้ายง่าย กันสะเทือนหน้าอิสระเพิ่มความนุ่มนวล ใช้ทอร์ชั่นบาร์ก็มี ใช้แบบคอล์ยสปริงก็มี ด้านหลังเป็นเทรลลิ่งอาร์ม เครื่องขยายใหญ่ ขึ้นไปสุดที่ 5.3 ลิตร V-8  ที่ชื่อรุ่นมันมีทั้ง C และ K ทับกันเพราะเขาต้องการสื่อให้ทราบ  คือถ้า C ขับสอง ส่วน K ขับสี่ล้อ

   ติดตามมากเข้าๆจะเริ่มงงเพราะมีต่อมาอีก 3 เจเนเรชั่น แต่ละรุ่นต่างในรายละเอียดเพราะผลิตและขายแต่ละมุมโลก เช่น อเมริกาใต้ เม็กซิโก เกาหลีใต้ มีออปชั่นภายใน ภายนอก แบบสปอร์ต … จนเลิกไปในปี 2002

บทแถม

ช่วงที่ศึกษาตำนาน American Pie นั้นได้ใช้เวลา ทรัพย์ จำนวนบิทในสมอง การติดตามทุ่มเทมากทีเดียว เพราะใช้การพูดคุยแลกเปลี่ยน อ่านแบบอะนาล็อค จนมาถึงยุคที่ช้อมูลหาได้ง่ายและเกินพอในโลก 4.0 นี้  จากที่เคยตั้งคำถามว่า ‘Pickup Truck’ ที่ Don McLean พาดพิงถึงน่าจะเป็นยี่ห้อใด รุ่นใด ระหว่าง Ford Vs. Chev ขมวดมาลงตัวที่ Chevrolet แน่นอน แต่จะเป็นรุ่นใดนั้น ……?

    สิ่งที่เย้ายวนให้คนจำนวนมากเข้ามาถอดระหัสเพลงๆนี้ มาจากถ้อยคำ ประโยค วลี ในเนื้อเพลง กอปรกับบริบทด้านเหตุการณ์สำคัญๆ ทางสังคม การเมือง วงการเพลง ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่อเมริกันเอง เช่น การเสียชีวิตของสามศิลปินอเมริกันที่ได้กล่าวมาข้างต้น การกล่าวถึง The Book of Love ที่เพิ่งพิมพ์จำหน่ายช่วงนั้น ?  ตัวตลกหรือ Jester นั้นกล่าวถึง Bob Dylan ช่วงยังหาแนวตัวเองไม่พบ ต้องก็อปแนว Peter Seger และ Joan Baez  มาใช้  แถมยังพยายามแต่งตัวเลียนแบบ James Dean ใช่หรือไม่?  มีการข้ามไปพูดถึงฝั่งอังกฤษบ้าง เช่นกล่าวถึง John Lennon ที่ขณะนั้นกำลังบ้าลัทธิเลนิน  การกล่าวถึง The Beatles ในอัลบั้ม  Sergeant Pepper's Lonely Hearts Club Band ฯลฯ 

     ยังมีอีกหลายสิ่งที่ซ่อนอย่างลึกซึ้งมากๆ นักเลงเพลง สื่อมวลชน นักวิจารณ์ นักเขียน ต่างหาโอกาสสัมภาษณ์ เจาะมันกับ Don McLean ซึ่งตัวเขาเองก็ฉลาดมากพอที่จะไม่ปริปาก เผยสิ่งใดออกมาแม้แน่น้อย  เพราะเมื่อนั้น American Pie-The day the music died ก็จะไม่หลงเหลือ การเล่าลือ (Story telling) ความเป็นตำนาน (Legend)มิติอันเร้นลับ (Mythology) อีกต่อไป

Do you recall what was revealed the day the music died?

ในเมื่อพวกเขาทั้งหลายยังไม่สามารถฟันธงลงไปว่ารถกระบะของ Don McLean นั้นคือ Chevrolet รุ่นใด ระหว่าง  AK Series, Task Force หรือ C/K  ผู้เขียนฝากช่วยคิดแทนด้วยแล้วกัน

สัมผัสยานยนต์ รถหรูมือสอง คัดสรร..

 ซุปเปอร์คาร์

22/126 ถนนถนนคลองลำเจียก แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

Tel: 089-789-6515 (Hotline),             087-054-6020 (Hotline),

       094-585-7878,

       085-679-7654,

       095-517-2789

  • Grey Facebook Icon
  • line
  • Grey Google+ Icon
  • Grey YouTube Icon

© 2023 by Auto Express. Proudly created with Wix.com